7 วิธีบล็อก ความแก่ ไม่ให้มาก่อนวัยอันควร

 

 

สำหรับผู้หญิงเรา เรื่องริ้วรอยถือว่าเป็นสิ่งสำคัญที่จะมองข้ามไม่ได้เลยนะคะ โดยเฉพาะริ้วรอยก่อนวัย ที่จะยอมให้มารุกล้ำกล้ำกรายผิวหน้าก่อนวัยอันควรไม่ได้ ซึ่งถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่ใส่ใจกับเรื่องดังกล่าว วันนี้มี 7 วิธี ที่จะช่วยยับยั้งริ้วรอยเหล่านั้นเอาไว้ได้มาแนะนำกันค่ะ ตามมาดูกันเลย

ทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ โดยเฉพาะวิตามินเอ ซี และอี เนื่องจากมีสารที่ช่วยต้านอนุมูลอิสระ ชะลอการเสื่อมของผิวหนัง นอกจากนี้ควรดื่มน้ำวันละ 8-10 แก้ว งดเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ และคาเฟอีน ตัวการทำร้ายผิวที่สำคัญ

หลีกเลี่ยงแดด โดยเฉพาะแดดช่วง 10.00-15.00 น. เพราะเป็นช่วงที่มีรังสียูวีสูงสุดเป็นอันตรายต่อผิว หากเลี่ยงไม่ได้ก็ควรทาครีมกันแดดซึ่งมีค่า SPF ตั้งแต่ 15 ขึ้นไป และสวมแว่นกันแดดด้วย เพื่อป้องกันการเกิดรอยตีนกา

ระวังการทับยับย่นของผิว อย่างเวลานอน หากคุณนอนในท่าที่ทำให้เกิดรอยยับย่นบนใบหน้าเป็นเวลานาน ก็สามารถทำให้เกิดริ้วรอยบริเวณนั้นได้ ดังนั้นจึงควรเปลี่ยนท่านอนบ่อยๆ

หาเวลาคลายเครียด ความเครียดเป็นบ่อเกิดของริ้วรอยเพราะเกิดการเกร็งกล้ามเนื้อ ดังนั้นควรหาเวลาผ่อนคลายความเครียดบ้าง ไม่ว่าจะเป็นการเดินไปเล่นในสวนสาธารณะ ร้องเพลง เดินห้าง หรืออื่นๆ จะช่วยให้กล้ามเนื้อที่เกร็งอยู่ คลายตัวลงได้

ออกกำลัง จะช่วยให้ระบบการไหลเวียนโลหิตทำงานดีขึ้น ซึ่งส่งผลให้ร่างกายได้รับสารอาหาร และออกซิเจนเพิ่มขึ้นตามไปด้วย

ให้ความชุ่มชื่นผิวสม่ำเสมอ คือการเติมอาหารผิวให้ผิวด้วยโลชั่น ครีมบำรุง หรือมอยส์เจอร์ไรเซอร์ เป็นประจำสม่ำเสมอ

พักผ่อนให้เพียงพอ ช่วงเวลาที่นอนหลับผิวจะมีการซ่อมแซมตัวเอง ซึ่งจะช่วยให้ผิวสดชื่น สดใสขึ้นในเช้าของวันใหม่ ตรงกันข้ามหากไม่ได้รับการพัก ผิวก็จะเหมือนทำงานหนัก และไม่ได้รับการซ่อมแซม ทำให้เกิดริ้วรอยตามมา

ใครที่ไม่อยากแก่ก่อนวัยอันควรก็รีบๆ ทำตามคำแนะนำข้างต้นนะคะ จะได้มีผิวสวยอ่อนเยาว์ได้นานเท่านานค่ะ

7 นิสัยแย่ๆ ที่บ่อนทำลายความสวย

 

 

ใครที่อยากคงความสวย และสุขภาพดีของวัยให้อยู่ไปนานๆ ก็ต้องเลิกทำนิสัยเสียที่คอยจ้องจะทำลายตัวเองเถอะนะคะ ซึ่งถ้ายังไม่ทราบว่าพฤติกรรมใดบ้างที่เป็นการทำลายความสวยก็ตามมาดูทางนี้เลยค่ะ ถือว่าเป็นคำเตือนสำหรับสาวๆ ที่ยังใช้ชีวิตแบบเพลิดเพลินจนลืมดูแลตัวเองค่ะ

นอนทั้งที่ไม่ได้ล้างเครื่องสำอาง เป็นการเพิ่มอัตราป่วยเป็นภูมิแพ้ได้ นอกจากนี้ยังเพิ่มตัวกระตุ้นการเกิดสิว โดยเฉพาะอย่างยิ่งเครื่องสำอางที่มีน้ำมันเป็นพื้นฐาน

ไม่ใช้ไหมขัดฟัน การไม่ใช้ไหมขัดฟันทำให้เสี่ยงต่อการเกิดโรคเกี่ยวกับเหงือก และส่งผลให้สุขภาพฟันไม่แข็งแรง นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยมากมายที่สนับสนุนว่าท็อกซินจากแบคทีเรียบริเวณเหงือกสามารถเข้าสู่กระแสเลือดและอาจทำให้เป็นโรคหัวใจได้

ใส่รองเท้าส้นสูงเป็นประจำ การสวมรองเท้าส้นสูงเป็นประจำเป็นการลงน้ำหนักตัวที่ไม่สมดุล มีผลเสียต่อกระดูก กล้ามเนื้อขา และเท้า อาจทำให้ข้อเสื่อมก่อนวัยได้

ไม่ถอดคอนแทคเลนส์ก่อนเข้านอน มีการศึกษาพบว่าการนอนทั้งที่ยังมีคอนแทคเลนส์อยู่เพิ่มการติดเชื้อที่ดวงตาถึง 10 เท่า

เคี้ยวหมากฝรั่งทั้งวัน หากเคี้ยวหมากฝรั่งที่มีซอร์บิทอลตลอดทั้งวัน อาจทำให้ท้องอืดท้องเฟ้อหรือเกิดอาการท้องเสียได้

ทาครีมกันแดดทุกวัน การทาครีมกันแดดต่อเนื่องเป็นตัวลดจำนวนวิตามินดี ที่ร่างกายจะสร้างขึ้นในแต่ละวัน ซึ่งทำให้เกิดอาการเครียดหรือเป็นโรคกระดูกพรุนตามมา

โทรศัพท์ก่อนนอน ตามรายงานของนักวิทยาศาสตร์ประเทศสวีเดน รังสีที่แผ่ออกจากเครื่องโทรศัพท์มือถือ ทำให้นอนไม่หลับหรือไม่สามารถหลับลึกได้ และทำให้รู้สึกปวดหัว

เคล็ดลับผิวสวยรับลมหนาว

 

 

หลายคนมักจะมีปัญหาผิวแห้งกร้านในหน้าหนาว เพราะหน้าหนาวอากาศจะแห้งทำให้ผิวขาดน้ำได้ ส่งผลให้ผิวแห้ง แตก วันนี้เรามีเคล็ดลับการดูแลรักษาผิวให้สวยในหน้าหนาวมาฝากกัน ไปติดตามกันเลยค่ะ

ชโลมครีมบำรุงผิว หลังจากอาบน้ำเสร็จเช็ดตัวหมาดๆ แล้วทาครีมบำรุงผิวเลย วิธีนี้จะช่วยให้มอยส์เจอร์ไรเซอร์ช่วยเก็บกักน้ำให้ผิวได้อีกเท่าตัว

ดูแลผิวรับลมหนาว ในหน้าหนาวควรล้างหน้าด้วยน้ำเย็นจะดีกว่าน้ำอุ่น เพราะยิ่งใช้น้ำอุ่นหน้าจะยิ่งแห้งมากขึ้น

ครีมกันแดด แม้ว่าอากาศจะหนาวเย็นแต่หน้าหนาวแดดจะแรงขึ้นอีกกว่าหน้าอื่นๆ ฉะนั้นก่อนออกจากบ้านอย่าลืมทาครีมกันแดดด้วยและเลือกครีมกันแดดที่มี SPF 15-20 พร้อมมอยส์เจอร์ไรเซอร์เข้มข้น เพื่อช่วยป้องกันผิวเป็น 2 เท่า

ไนท์ครีม ช่วงเวลาระหว่าง 3 ถึง 4 ทุ่ม เซลล์ผิวจะทำงานซ่อมแซมตัวมันเอง สาวๆ ควรเลือกปรนนิบัติผิวด้วยไนท์ครีม เพราะช่วงนี้อุณหภูมิในร่างกายจะสูงขึ้นราว 1-2 องศา จะช่วยให้รูขุมขนเปิดกว้างขึ้น เนื้อครีมก็จะซึมซาบได้ดีขึ้นและเพื่อให้ดียิ่งขึ้นให้ใช้น้ำอุ่นปะพรมใบหน้าก่อน เพื่อทำให้ครีมบำรุงอุ่นขึ้นด้วยการถูฝ่ามือจึงค่อยลูบไล้ให้ทั่วผิวหน้า

หาเวลาขัดหน้าบ้าง ควรหาเวลาขัดหน้าอาทิตย์ละ 1-2 ครั้ง และขัดผิวกาย เดือนละ 1-2 ครั้ง สาวคนไหนที่มีเซลลูไลท์ แนะนำให้ขัดผิวทุกวันบริเวณส่วนที่เป็น โดยการใช้ฟองน้ำสำหรับขัดหน้าหรือเจลสำหรับขัดผิวหน้าสูตรอ่อนโยนพิเศษ ล้างหน้าให้เปียกแล้วขัดให้ทั่วใบหน้าเบาๆ 1-2 นาที จึงล้างออกด้วยน้ำสะอาด

ใช้สบู่อ่อนๆ เปลี่ยนมาใช้เจลอาบน้ำถนอมผิวที่ผสมมอยส์เจอร์ไรเซอร์แทนจะดีกว่า พวกที่มีส่วนประกอบอย่างคาร์โมมายล์ยูคาลิปตัส หรือที่มีสารเคมีแรงๆ

ดื่มน้ำอุ่นผสมมะนาว ทำให้ร่างกายกระปรี้กระเปร่า ช่วยให้ร่างกายฟอกเลือดได้เร็วขึ้น เป็นการกำจัดของเสียภายในร่างกายไปในตัวซึ่งจะทำให้ผิวสดใสไม่หมอง

ขัดผิวแบบนุ่มนวล ช่วงอากาศหนาวๆ ต้องหลีกเลี่ยงการใช้ผ้าเปียกๆ ฟองน้ำหยาบ หรือเจลที่มีเนื้อทรายขัดผิวเด็ดขาด

ปากชุ่มชื้น หน้าหนาวนอกจากผิวจะแห้งแล้ว ปากก็จะแห้งตามไปด้วย ฉะนั้นก็พกลิปมันติดตัวเลือกที่มีส่วนผสมที่มี SPF 15 ด้วยคนที่มีริมฝีปากแห้งแตกมากๆ ให้เลือกใช้ลิปมันที่มีส่วนผสมของน้ำมันทีทรี เพื่อความชุ่มชื้นของริมฝีปาก

แปรงเท้า ให้แปรงเท้าตอนที่ผิวยังแห้งอยู่ จะช่วยขจัดขี้ไคล หากผสมน้ำมันทีทรีเข้าไป จะช่วยขจัดแบคทีเรียได้อีกด้วย

ป้องกันผมเกิดไฟฟ้าสถิต เพียงแค่สะกิดมอยส์เจอร์ไรเซอร์ที่ทาตัวของเรานี่แหละถูกับฝ่ามือ ลูบไล้ไปตามปลายผม ถ้าเป็นมากก็ลูบช่วงกลางเส้นผมด้วยเลย
รู้เทคนิคดีๆ ในการรับมือกับลมหนาวกันไปแล้ว ยังไงซะ ก็อย่าลืมกระซิบสาวๆ รอบข้างด้วยละกันนะคะ คราวนี้ไม่ว่าหน้าไหนๆ ก็สวยใส ไร้กังวลค่ะ

ผิวอ่อนเยาว์เราสร้างได้

 

 

การมีผิวที่ดูอ่อนเยาว์สดใสอยู่เสมอนั้น เป็นสิ่งที่สาวๆ ทุกคนต้องการเลยทีเดียวนะคะ ซึ่งกว่าจะได้มาซึ่งผิวที่ต้องการ บางคนก็เสียเงินไปมากมายกับเครื่องประทินผิว หรือการเข้าศูนย์ความงามต่างๆ แต่สำหรับกลเม็ดเคล็ดลับที่นำมาฝากกันในวันนี้ ไม่จำเป็นต้องพึ่งอุปกรณ์เสริมเหล่านั้นเลยค่ะ แต่ช่วยให้ผิวของคุณอ่อนเยาว์ได้ไม่แพ้กัน

1. ใส่ใจอาหาร พฤติกรรมการทานอาหารมีส่วนสำคัญมากๆ ในการดูแลผิวสวย โดยเฉพาะการทานผัก ผลไม้ ถั่วต่างๆ และธัญพืช ซึ่งอุดมไปด้วยคุณค่าจากวิตามินและสารต้านอนุมูลอิสระ ที่สำคัญควรงดอาหารที่ไม่มีประโยชน์ออกไป เช่น อาหารที่มีไขมันสูงจากเนื้อสัตว์ เป็นต้น ก็จะสามารถช่วยชะลอการเกิดริ้วรอยได้

2. ครีมกันแดด ขาดไม่ได้ แสงแดดและรังสียูวีเอ,ยูวีบี มีอันตรายต่อผิวมาก เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดริ้วรอย ผิวหมองคล้ำ ดังนั้นก่อนจะออกจากบ้านทุกครั้งต้องทาครีมกันแดดก่อนและต้องทาทุกวันด้วยนะคะ

3. เพิ่มตัวช่วยด้วย เรตินอล และ AHA AHA มีสรรพคุณช่วยผลัดเซลล์ผิวให้ขาวขึ้น และช่วยรักษาริ้วรอยที่เกิดจากแสงแดด ส่วนเรตินอลจะช่วยลดริ้วรอยได้ดี โดยเฉพาะรอบดวงตา และยังช่วยกระตุ้นในการเสริมสร้างคอลลาเจนอีกด้วย

4. หาเวลาผ่อนคลายผิว ทราบหรือไม่คะว่าการที่คุณละเลยต่อการผ่อนคลายผิว หรือออกกำลังกาย เป็นที่มาของริ้วรอยก่อนวัย เนื่องจากผิวไม่ได้รับการพักผ่อนที่ควรจะได้รับนั่นเอง ดังนั้นลองหาเวลาว่างไปทำสปา เล่นโยคะ ช้อปปิ้ง หรืออื่นๆ เพื่อลดความตึงเครียดลงบ้าง เพราะความเครียดเป็นปัจจัยอย่างหนึ่งที่มักทำร้ายผิวได้ดี

5. หยุดพฤติกรรมทำร้ายผิว ถ้าหากคุณได้ลงมือทำมาทั้ง 4 ข้อที่แนะนำไปแล้ว แต่ริ้วรอยก็ยังไม่หายไป ต้องหันมามองการใช้ชีวิตประจำวันของคุณแล้วว่าได้ทำอะไรที่เป็นการทำร้ายผิวบ้างหรือไม่ เช่น สูบบุหรี่ ดื่มเหล้า นอนดึก ฯลฯ เพราะสิ่งเหล่านี้ เป็นตัวการสำคัญและทำร้ายผิวโดยตรง เทียบเท่าแสงแดดเลยทีเดียว ทางที่ดีควรลด ละ หรือเลิกไปเลยได้จะยิ่งดีต่อผิวของคุณค่ะ

หนทางสู่ผิวสวย อ่อนเยาว์ ไร้ริ้วรอยก่อนวัย ไม่ได้ยากอย่างที่คิดนะคะ เพียงคุณหันมาใส่ใจดูแลให้ดีและใช้ชีวิตให้ถูกทาง รับรองว่าได้ทั้งความสวยและได้ทั้งสุขภาพดีค่ะ

ดูแลรองเท้าอย่างไรให้ถูกวิธี

 

 

สาวๆ สมัยนี้ค่อนข้างที่จะใส่รองเท้ากันเปลืองนิดนึงค่ะ อาจจะเพราะด้วยหน้าที่การงานที่เร่งรีบทำให้คุณไม่มีเวลาในการดูแลรักษารองเท้าคู่ใจเท่าที่ควร จึงเป็นสาเหตุให้รองเท้าเกิดการชำรุดสึกหรอก่อนกำหนด หากว่ารองเท้าของคุณได้รับการดูแลรักษาอย่างถูกวิธี ก็คงจะช่วยยืดอายุการใช้งานได้อีกนานเท่านานเลยล่ะค่ะ งั้นเรามาดูวิธีการดูแลรองเท้าอย่างถูกวิธีกันค่ะ

ก่อนอื่นเราต้องเตรียมอุปกรณ์ดังนี้ค่ะ…สำลี, ฟองน้ำเนื้อละเอียด, ผ้ายืดเนื้อนุ่ม, แปรงขนม้า 2 อัน และครีมขัดเงา ถ้าเตรียมได้ครบตามนี้แล้วมาดูวิธีทำกันเลยค่ะ

1. ถ้ารองเท้าเปียกน้ำควรทำความสะอาดด้วยการเอาน้ำล้างภายนอกแล้วเช็ดให้แห้งด้วยผ้าสะอาดค่ะ จากนั้นก็นำรองเท้าไปผึ่งแดด ผึ่งลม วางรองเท้าให้เอียง 45 องศา พอรองเท้าแห้งสนิทแล้ว นำมาตากด้วยแดดอ่อนๆ อีกประมาณ 1-2 ชั่วโมง จำไว้นะคะว่ารองเท้าเปียกไม่ควรนำมาใส่เด็ดขาดเพราะนอกจากจะทำให้หนังยืดและรองเท้าเสียทรงแล้ว ยังอาจทำให้เท้าเหม็น และมีเชื้อราเกิดขึ้นด้วยค่ะ

2. เมื่อรองเท้าขึ้นรา คุณควรใช้สำลีหรือผ้าชุบน้ำสะอาด พอแห้งแล้วลงครีมขัดเงา เอามาตากแดดจัดอีกครั้ง แล้วลงครีมขัดเงารอบที่ 2 อีกที สำหรับรองเท้าที่ขึ้นราสิ่งสำคัญเลยคือ คุณจะต้องหมั่นเอามาตากแดด และยิ่งหน้าฝนอย่างนี้ด้วยแล้วอากาศจะชื้นทำให้เชื้อราขึ้นได้ง่ายๆ วันหยุดพักผ่อนคุณก็อย่าลืมนำรองเท้าออกมารับแดดบ้างนะคะ

— สำหรับรองเท้าที่ไม่ได้ใช้ประจำ ก็ต้องหมั่นดูแลด้วยการเอาออกผึ่งแดดบ้างค่ะ เพราะรองเท้าอาจจะมีเชื้อราซ่อนอยู่ หากเก็บไว้นานรองเท้าอาจแข็งได้ ควรนำออกมาทำความสะอาดและนำออกมาใส่ใช้งานบ้างนะคะ

— รองเท้าที่ใช้ประจำ แน่นอนว่าต้องมีเปื้อนเปรอะกันไม่น้อยเลยล่ะค่ะ ดังนั้นควรใช้สำลีหรือผ้าชุบน้ำบีบให้แห้ง ทำความสะอาดปัดฝุ่น เช็ดโคลน ขัดเงา แล้วเก็บให้เข้าที่เข้าทางเพื่อจะได้สะดวกในการนำมาใช้ในวันต่อไปค่ะ

บอกลาริ้วรอยบนใบหน้ากันเถอะ

 

 

เพื่อให้คุณผู้หญิงทุกคนมีใบหน้าที่อ่อนเยาว์อยู่เสมอ เราจึงขอเอาใจด้วยการสรรหาวิธีการลดเลือนริ้วรอยในหลายๆ แบบมาแนะนำกันค่ะ

— กรดวิตามินเอ เป็นอีกชนิดหนึ่งที่ได้รับความนิยม ส่วนใหญ่จะอยู่ในรูปแบบของยารักษาสิว ซึ่งในปัจจุบันคณะกรรมการอาหารและยาของสหรัฐอเมริกาได้ใช้สารเตรทตอนอยย์ ที่เป็นกรดวิตามินเอร่วมกับอีโมเลียนท์ครีมสารให้ความชุ่มชื้นและป้องกันการสูญเสียความชุ่มชื้น โดยใช้หลักการเดียวกับกรด AHA แต่ให้ผลดีกว่ามาก

— AHA เป็นการใช้กรดผลไม้ หรือที่เรียกว่า Alpha Hydroxy Acid (AHA) มาช่วยลบริ้วรอย ซึ่งมีขายทั่วไปในรูปแบบของครีมบำรุงผิวประเภทไนท์ครีม เพื่อกระตุ้นการผลัดผิวแก่ให้หลุดออก แล้วให้เซลล์ผิวใหม่ขึ้นมาแทน

— การศัลยกรรมให้ผิวเต่งตึง เช่น การฉีดซิลิโคน รอยคอเท็ก การฉีดไขมันหรือคอลลาเจน ที่ได้จากโปรตีนของวัวและแกะ เพื่อให้รอยเหี่ยวย่นต่างๆ ตื้นขึ้น ซึ่งก็ควรระวังผลข้างเคียง เช่น อาการแพ้ หรือติดเชื้อต่างๆ

— การกรอหน้า เป็นการทำให้เซลล์ผิวหนังที่ตายแล้วหลุดออกไป ซึ่งต้องระวังไม่ให้กรอลึกเกินไปเพราะจะทำให้เกิดเป็นแผลเป็นถาวรได้ แต่ก็ไม่เป็นไรเนื่องจากมีวิธีการใหม่คือใช้เลเซอร์ในการกรอแล้ว ซึ่งค่อนข้างจะทำได้สม่ำเสมอกว่าแบบเดิม แต่อย่างไรก็ตามควรอยู่ในการดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

— การลอกหน้า หรือ การทำ Baby face วิธีนี้จะช่วยทำให้ใบหน้าของคุณกลับมาอ่อนวัยได้เพียงไม่กี่วัน โดยจะมีการทำอยู่ 3 ระดับ คือ แบบตื้น แบบปานกลาง และแบบลึก การที่ทำเบบี้เฟสนี้แนะนำให้เลือกร้านที่มีแพทย์ประจำอยู่จะดีมากเพราะร้านโดยทั่วไปจะใช้สารฟีนอลในการทำ ซึ่งให้โทษมากกว่าประโยชน์กับใบหน้าของคุณ

ถูกใจวิธีไหนก็เลือกได้ตามใจชอบ แล้วก็อย่าลืมศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนตัดสินใจทำนะคะ

มาทำความรู้จักโบท็อกซ์กันเถอะ

 

 

โบท็อกซ์หรือสารโบทูลินั่มท็อกซินนั้น เป็นโปรตีนบริสุทธิ์ซึ่งสกัดได้จากเชื้อแบคทีเรียคลอสตริเดียมโบทูลินั่ม ชนิดเอมีการนำมาใช้เสริมสร้างความงามและความอ่อนเยาว์ให้แก่ผิวพรรณ จัดเป็นสารที่นำมาใช้ในวงการความงามดดยไม่ต้องพึงพาศัลยกรรม

โบท็อกซ์มีการใช้มานานมาก นำมารักษากล้ามเนื้อคอกระตุก กล้ามเนื้อตากระตุก รวมถึงอาการปวดไมเกรน ตาเหล่ก็รักษาด้วยโบท็อกว์นี้ ต่อมาอเมริกาได้นำโบท็อกซ์มาใช้ลดริ้วรอยหน้าผากและรอยตีนกา จึงเป็นจุดเริ่มต้นการนำโบท็อกซ์มาใช้ในเรื่องของผิวพรรณ

โบท็อกซ์ หรือสารโบทูลินั่มท็อกซิน เป็นสารพิษจากแบคทีเรียที่มักจะพบในอาหารกระป๋องที่บุบ มีผลทำให้กล้ามเนื้อเป็นอัมพาตชั่วคราว ถ้าได้รับปริมาณมากอาจทำให้หยุดหายใจได้แต่สารที่นำมาใช้ในทางการแพทย์ เป็นสารที่สกัดออกมาให้มีความบริสุทธิ์และมีปริมาณน้อยมาก เพื่อที่จะสามารถจำกัดการออกฤทธิ์ของสารโบท็อกซ์ให้อยู่ในกล้ามเนื้อมัดเล็ก ที่เราต้องการฉีดได้

การฉีดโบท็อกซ์ ตัวยาจะเข้าไปคลายกล้ามเนื้อเฉพาะบริเวณที่ฉีด คือเมื่อฉีดโบท็อกซ์เข้าไปในตำแหน่งที่เหมาะสมจะช่วยคลายกล้ามเนื้อ หรือทำให้กล้ามเนื้อมัดนั้นๆ เป็นอัมพาตชั่วคราว จึงมีการนำสารโบท็อกซ์ มาใช้ในการช่วยดูแลผิวพรรณ เริ่มตั้งแต่ลดริ้วรอยบนใบหน้า ตีนกา ริ้วรอยรอบปาก รอยย่นสันจมูก ฉีดช่วยยกกระชับใบหน้าลำคอให้ตึง ฉีดยกคิ้ว ทำให้ดวงตาดูโตขึ้น ฉีดยกมุมปาก ฉีดลดกราม หน้าเรียว ฉีดลดน่อง ขาเรียว แถมยังฉีดลดเหงื่อได้อีกด้วย บางคนที่มีเหงื่อออกใต้วงแขน เปียก มีกลิ่น อันนี้ได้ผลดีมาก และยังช่วยคนไข้ให้ลดอาการปวดศีรษะ จากไมเกรนได้เป็นอย่างดี โบท็อกซ์จะออกฤทธิ์ภายใน 2-3 วันหลังจากฉีด และเห็นผลสูงสุดภายใน 1 เดือน และออกฤทธิ์อยู่ได้นานประมาณ 4-6 เดือน ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล หลังฉีดก็อย่าไปขยี้และต้องหยุดทำทรีตเม้นท์บนใบหน้าสัก 1-2 อาทิตย์

โบท็อกซ์ตัวแรกที่ได้รับการยอมรับให้ใช้ในการฉีดคือ ตัวที่ผลิตจากอเมริกา แต่หลังจากนั้นได้มีประเทศต่างๆ มากมายผลิตโบท็อกซ์ออกมา ซึ่งยาเหล่านี้องค์การอาหารและยาในหลายๆ ประเทศยังไม่มีการรับรองการใช้อย่างชัดเจน โดยอาจมีผลข้างเคียงและอันตรายรวมทั้งความบริสุทธิ์ของตัวยา

การฉีดโบท็อกซ์ อาจเกิดผลข้างเคียงขึ้นได้ เช่น ตาตก หลับตาไม่สนิท ปากเบี้ยว ซึ่งอาจเกิดได้หลายสาเหตุ โดยการฉีดโบท็อกซ์เป็นการเล่นกับกล้ามเนื้อ แพทย์ผู้ฉีดต้องมีความเข้าใจโครงสร้างของการทำงานกล้ามเนื้อมัดเล็กเหล่านั้นอย่างแท้จริงอย่างอาการตาตกนั้นเกิดจากปริมาณยาที่เข้าไปอาจไปอยู่ผิดกล้ามเนื้อที่ต้องการให้ยาออกฤทธิ์หรืออาจเกิดจากการที่ไปขยี้บริเวณที่ฉีดหลังทำการฉีดยา แล้วทำให้ตัวยาซึมผ่านไปสู่กล้ามเนื้อมัดที่เราไม่ต้องการก็เป็นได้หรือการออกฤทธิ์ของตัวยาผิดตำแหน่งจากการกระจายของตัวยาออกไปผิดกล้ามเนื้อ หรืออันนี้สำคัญมากคือ การที่ตัวยาไม่ได้คุณภาพ อาจทำให้การกระจายตัวของยาไปมัดอื่นๆ ได้

วิธีแก้ไขอาการที่เกิดขึ้น โดยการใช้ยาหยอดตา เพื่อช่วยให้กล้ามเนื้อในการควบคุมหนังตาอีกมัดกระชับขึ้น จะช่วยให้การทำงานของกล้ามเนื้อตาดีขึ้นหนังตาก็จะเปิดขึ้นมาได้ดีขึ้น หรือการใช้เครื่องมือในการกระตุ้นกล้ามเนื้อให้กระชับขึ้น และช่วยให้ตัวยาสลายไปได้เร็วขึ้นผลข้างเคียงเหล่านี้จะดีขึ้น

สิ่งสำคัญคือการทำความเข้าใจกับผู้ที่ต้องการรับการรักษา อีกทั้งควรศึกษาข้อมูลให้ละเอียดรอบคอบครอบคลุมในทุกปัจจัยเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นได้เพราะทุกอย่างย่อมมีผลดีและผลเสียควบคู่กันเสมอ เพียงแต่เราควรควบคุมผลเสียให้เกิดน้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้

สูตรผิวสวยจากธรรมชาติ

 

 

ฝนตกๆ มาทำสวยกันดีกว่าค่ะ วันนี้เรามีสูตรการทำสวยจากธรรมชาติมาฝากกันอีกแล้ว วันนี้มีสูตรแบบประหยัด จากผักและผลไม้ที่สามารถหาได้ง่ายๆ มีมาฝากกันทั้งหมด6 สูตรด้วยกันค่ะ พร้อมแล้วลุยกันเลยค่ะ

1. สตรอเบอร์รี่ เพื่อผิวสะอาดหมดจด

ประโยชน์: อุดมไปด้วยวิตามินและกรดเอเอชเอ ปรับสภาพผิวและลดการอุดตันของรูขุมขนได้ดี
วิธีใช้: ผสมสตรอเบอร์รี่ 2-3 ผลกับน้ำมะนาว นำมานวดให้ทั่วใบหน้า แล้วจึงล้างออก
2. ส้ม เพื่อกระชับรูขุมขน

ประโยชน์: ส้มจะช่วยสมานและกระชับผิว
วิธีใช้: ผสมน้ำส้มสด 2-3 หยดกับน้ำแร่ จานั้นนำสำลีมาชุบแล้วเช็ดให้ทั่วใบหน้าเหมือนโทนเนอร์ทั่วๆ ไป
3. ผักกาดแก้ว เพื่อผิวกระจ่างใส

ประโยชน์: ลดการอักเสบของผิว และช่วยให้ผิวเนียนนุ่ม
วิธีใช้: นำผักกาดแก้ว 4 ใบ มาต้มประมาณ 10 นาที ทิ้งให้เย็นแล้วกรองเอาแต่น้ำ จากนั้นนำสำลีมาชุบน้ำที่กรองไว้ เช็ดให้ทั่วใบหน้า
4. มะนาว เพื่อปรับสภาพผิวหน้าอก

ประโยชน์: กรดธรรมชาติและสารฟลาโวนอยด์ในมะนาวจะช่วยขจัดเซลล์ผิวเก่าออกและกระชับผิวให้ตึงขึ้น
วิธีใช้: นวดหน้าอกด้วยน้ำมะนาวทุกเย็น
5. น้ำผึ้ง เพื่อลดรอยคล้ำรอบดวงตา

ประโยชน์: น้ำผึ้งมีคุณสมบัติฆ่าเชื้อแบคทีเรียและบำรุงผิวให้เนียนนุ่ม
วิธีใช้: ผสมน้ำผึ้ง 1 ช้อนกาแฟ กับน้ำแร่อุ่นๆ ครึ่งแก้ว จากนั้นใช้สำลีชุบแล้วนำมาวางบนผิวบริเวณรอบดวงตาทั้ง 2 ข้าง

เคล็ดลับดีๆ ในการเลือกแว่นกันแดดอย่างมีคุณภาพ

 

 

การจะเลือกแว่นกันแดดที่มีคุณภาพสักอัน อาจเป็นเรื่องยากสำหรับใครหลายคนแต่ไม่ต้องเป็นห่วงไปค่ะ เพราะวันนี้มีเคล็ดลับดีๆ ในการเลือกแว่นกันแดดมาแนะนำกัน
เลือกชนิดของวัสดุตามการใช้งาน ก่อนซื้อทุกครั้งควรดูใบแจ้งคุณภาพว่าแว่นทำจากวัสดุชนิดใดผู้ที่มีความจำเป็นต้องเผชิญหน้ากับแสงแดดจ้า เช่น ขับรถในเวลากลางวัน เล่นกีฬาหรือทำงานกลางเปลวแดด ควรเลือกแว่นกันแดดชนิดโพลาลอยด์ ซึ่งมีส่วนประกอบของโพลาไรซ์เพลต มีคุณสมบัติป้องกันแสงที่สะท้อนผ่านเลนส์ไม่ทำให้สายตาพร่ามัว ทั้งยังช่วยตัดแสง ที่เข้ามากระทบกับดวงตาได้ดีอีกด้วย

ป้องกันรังสี UVA และ UVB ได้ โดยดูได้จากค่า CE บนฉลากที่ทำกับแว่น ซึ่งตามหลักฐานขององค์การอาหารและยาสหรัฐอเมริกา กำหนดไว้ว่า แว่นกันแดดที่ได้มาตรฐานอย่างน้อยต้องสามารถป้องกัน UVA ได้ 95 เปอร์แซ็นต์ และป้องกัน UVB 99 เปอร์เซ็นต์

มีคุณสมบัติกรองแสง สำหรับการใช้งานทั่วๆ ไป เช่น การเดินเล่นตามชายหาดหรือขับรถ เลือกเลนส์ที่ตัดแสงได้ 70-90 เปอร์เซ็นต์ ก็นับว่าเพียงพอแล้ว แต่หากต้องอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีแสงสว่างมาก เช่น นักปีนเขาควรเลือกเลนส์ที่สามารถลดความเข้มแสงได้สูงถึง 97 เปอร์เซ็นต์

เลือกเลนส์ที่ดี เลนส์ต้องไม่ทำให้เกิดความบิดเบี้ยวหรือกระจายสีรุ้ง วิธีการตรวจสอบความบิดเบี้ยวทำได้ง่ายๆ โดยการจ้องมองเลนส์ข้างหนึ่งไปยังภาพวัตถุที่เป็นเส้น จากนั้นขยับแว่นช้าๆ เลนส์ที่ดีต้องไม่ทำให้เส้นตรงนั้นเปลี่ยนเป็นคดงอในขณะขยับแว่น

เทคนิคใส่ชุดลูกไม้ให้สวยง่ายๆ

 

 

สาวๆ ที่อยากเป็นสาวหวาน คงเลือกหยิบชุดลายลูกไม้ (Lace) มาสวมใส่กันแน่นอนใช่มั้ยคะ แต่รู้รึเปล่าชุดลายลูกไม้นั้นไม่ใช่ว่าจะใส่ให้ดูหวานได้อย่างเดียวนะคะ เจ๊มีเทคนิคเล็กๆ ที่จะทำให้สาวๆ ใส่ชุดลายลูกไม้แล้วดูหวานอมเปรี้ยวได้อย่างลงตัว ถ้าอยากรู้ตามเจ๊ไปดูเลยค่า

แค่เสื้อคลุมลายลูกไม้ก็สวยได้ ถ้าสาวๆ เริ่มเบื่อกับเดรสลูกไม้แล้ว อยากได้แค่เสื้อผ้าลายลูกไม้เล็กๆ เก๋ๆ สักชิ้นมาเติมความหวานให้ชุดสวย เจ๊ขอแนะนำเสื้อคลุมไหล่ลายลูกไม้เลยค่ะ ใส่คู่กับเดรสสีพื้นเรียบๆ ที่เป็นแบบไม่มีแขนหรือเกาะอก แค่คลุมเข้าไปก็เติมความหวานได้ง่ายๆ อาจจะเติมสร้อยเงินเล็กๆ อีกสักเส้น รับรองงานนี้สาวๆ ได้สวยหวานขึ้นอีกนิดด้วยเสื้อคลุมไหล่เพียงชิ้นเดียวจ้า

คว้ากระเป๋าสะพายหนังมาถือ กระเป๋าที่จับคู่กับชุดลูกไม้แล้วเก๋กู๊ดสุดๆ เลยคือ กระเป๋าหนังที่เป็นสีพื้นๆ เรียบๆ อย่างดำ ขาว น้ำตาล ขนาดต้องพอเหมาะไม่ใหญ่เทอะทะเหมือนกระเป๋าเอกสารด้วยนะคะ ความเรียบของกระเป๋าจะทำให้ชุดลูกไม้ลายๆ นั้นไม่ดูรกเกินไป แถมยังเรียบหรูดูดีสุดๆ อีกด้วยจ้า

จับคู่ขาสั้นเบรกความหวาน เสื้อลูกไม้นั้นยิ่งถ้าเป็นสีขาวจะดูหวานมากๆ สาวๆ สามารถเบรกความหวานนี้ไม่ให้มากเกินไปได้ด้วยกางเกงยีนส์ขาสั้นสวยๆ สักตัว จะทำให้ดูมั่นใจขึ้น หวานแบบแอบซ่อนเปรี้ยวนิดๆ แต่กางเกงของสาวๆ ไม่ควรสั้นจนเกินไปนะคะ เพราะจะดูโป๊ ไม่น่ารักเข้ากันกับเสื้อลายลูกไม้เลยค่ะ

เลือกรองเท้าให้เข้ากับลุคส์ ถ้าสาวๆ ต้องการลุคส์หวานๆ ก็อาจจะจับคู่กับรองเท้าหุ้มส้นน่ารักๆ แต่ถ้าอยากได้ลุคส์เซ็กซี่ๆ ก็จับคู่กับรองเท้าส้นเข็มสูงปรี๊ดรับรองว่าเซ็กซี่สุดๆ แต่รองเท้าที่เหมาะมากๆ กับชุดลายลูกไม้ที่เจ๊อยากแนะนำคือรองเท้าบู๊ตหุ้มข้อสีพื้นจับคู่กับชุดลายลูกไม้แล้วรับรองไม่เปรี้ยวเกินไม่หวานไป สวยเก๋ลงตัวสุดๆ เลยค่า

ที่บอกไปนั้นเป็นเทคนิคเล็กๆ ที่จะช่วยให้สาวๆ สวมใส่ชุดลายลูกไม้ได้สวยยิ่งขึ้น ขอแถมอีกนิดนึงว่าถ้าเป็นสาวๆ ร่างอวบไม่ควรใส่ชุดลายลูกไม้ที่เป็นแขนตุ๊กตานะคะ เพราะจะทำให้ดูอวบยิ่งกว่าเดิมอีกค่ะ สุดท้ายเจ๊ขอให้สาวๆ มีความสุขกับการเลือกใส่ชุดลายลูกไม้อยากหวานอยากเปรี้ยวแต่งได้ตามใจเลยจ้า